วิ่งสมาธิ

การวิ่งกับการฝึกสมาธินั้นมีความเหมือนกันก็คือทั้งสองอย่างนั้นจะต้องมีการใช้ความอดทน ความตั้งใจ ความสม่ำเสมอและการฝึกฝน และเกิดการหลั่งของเอ็นโดฟินและทำให้ร่างกายนั้นรู้สึกผ่อยคลายและรู้สึกดี จะสังเกตได้ว่าเมื่อเวลาเราวิ่งเสร็จแล้วนั้นเราจะรู้สึกดีและมีความสุขมากๆ

บางคนที่ไม่ได้วิ่งนั้นก็อาจจะมีความสงสัยว่าการวิ่งนั้นทั้งเหนื่อยทั้งร้อนเจ็บขาอีกด้วยเป็นสิ่งที่มีความสุขตรงไหน ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ไม่ได้วิ่งนั้นก็อาจจะไม่เข้าใจในส่วนนี้นั่นเอง จะมีเพียงผู้ที่ได้วิ่งเท่านั้นที่จะสามารถเข้าใจในส่วนนี้

สังเกตไหมว่าการวิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจเราสงบ ซึ่งเกิดจากระบบฮอร์โมนต์และเกิดจากสภาวะสมาธิในการก้าวเท้าที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่งเอง เราจะวิ่งสมาธิหรือจะวิ่งเพื่อเจริญสติหรือจะทำทั้งสองอย่างโดยตรงนี้นั้นเราจะต้องมีการทำให้เกิดความชัดเจนด้วย ดังนั้นเราจะต้องมีการเข้าไปดูอาการของความคิดเรานั้นเป็นอย่างไรและรู้สึกอย่างไรในบางครั้งอาจจะจับต้นชนปลายไม่ถูก

เพราะเป็นสิ่งที่ยากจึงอาจจะต้องมาดูที่กายเราก่อนแต่บางครั้งก็อาจจะไม่ทราบหรือจับใจความได้เช่นกัน ดังนั้นเราจึงอาจจะต้องมีการฝึกในเรื่องสมาธิก่อนนั่นเองเพื่อให้เราสามารถจดจ่อกับสิ่งเหล่านั้นได้ก่อน เมื่อเราสามารถจดจ่อได้แล้วเราก็จะสามารถรู้ได้ เพราะการฝึกสมาธินั้นสามารถนำไปสู่การฝึกสติได้นั่นเอง

และในขณะที่ฝึกสติก็จะทำให้เกิดสมาธิได้เช่นกัน สิ่งที่สำคัญนั้นที่หลายๆคนอาจจะนึกไม่ถึงก็คือจะสามารถจัดการกับความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานได้เวลาที่เราเราฝึกจิตนั้นเราจะเป็นทุกข์กับความเจ็บปวดและความทรมาน

แต่การสิ่งที่ต้องระวังในการวิ่งสมาธิก็คือ ถ้าหากไปกำหนดความปวดในสิ่งที่เป็นอันตรายนั้นไม่ได้เช่น การปวดเข่าแล้วไปกำหนดให้หายปวดก็จะทำให้หายปวดและจะวิ่งได้ต่อไปแต่อาจจะทำให้เข่าพังนั่นเอง และเราจะได้รับประโยชน์จากการวิ่งอีกมาก ถ้าหากเรามีการฝึกให้กายและจิตนั้นเกิดการทำงานร่วมกันที่ดี

สภาวะที่เกิดจากการวิ่งจะทำให้เกิดการบูรณาการให้เข้ากับสติที่เข้ามาฝึกร่วมกัน เพราะสมาธินั้นเกิดจาการวิ่งอยู่แล้วแต่บางคนอาจจะยังไม่เจอศักยภาพเหล่านี้เพราะอาจจะยังไม่เคยหยุดคิด ถ้าเราหยุดคิดแล้วมาจดจ่อสภาวะสมาธิจะเกิดขึ้นในทันทีในขณะที่เราวิ่ง และมีสติเข้ามาควบคุมสมาธิด้วยนั้นก็จะทำให้เรามีพลังและได้รับผลประโยชน์ที่เรานั้นคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  ดาวน์โหลดแอพ UFABET