วิเคราะห์ทีมชาติฝรั่งเศส

วิเคราะห์ทีมชาติฝรั่งเศสในศึกชิงแชมป์แห่งชาติฟุตบอลยูโร 2020

ทีมชาติฝรั่งเศสแชมป์โลก ทีมปัจจุบัน และอดีตแชมป์ ฟุตบอลยุโรป 2 สมัย และรองแชมป์ฟุตบอลยุโรปปี 2016 ครั้งล่าสุด

ด้วยการคว้าแชมป์ครั้งแรกของฟุตบอลยุโรปของทีมชาติฝรั่งเศสนั้นเกิดขึ้นในปี 1984 ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลยุโรป ครั้งที่ 7 โดยนำทีมในยุคนั้นคือมิเชลพลาตินี่ และการคว้าแชมป์ครั้งที่สองของพวกเขาคือ ฟุตบอลยุโรปครั้งที่ 11 ปี 2000 โดยการนำทีมของซีดาน จนมาถึง ทีมยุคปัจจุบันซึ่งมีผู้จัดการทีมอดีตแชมป์ ฟุตบอลโลกและฟุตบอลยุโรปในยุคนั้นอย่างดีๆโดยรวมอยู่ด้วย ทำให้ขุนพลชุดนี้ถอดแบบออกมาเหมือนกันในสมัยยุคนั้นเลยทีเดียว ส่วนในรอบแบ่งกลุ่มทีมชาติฝรั่งเศสชุดนี้ผ่านเข้ารอบมาได้เป็นอันดับ 1

โดยมีคะแนนนำทีมอันดับ 2 อย่างตุรกีอยู่ 2 แต้มแต่การจับฉลากแบ่งกลุ่มในรอบสุดท้ายของทีมชาติฝรั่งเศสชุดนี้นั้นต้องบอกไว้ว่าเป็นงานหินพอสมควรเหมือนโชคชะตาจะเล่น ตลกกับพวกเขา เพราะทีมชาติฝรั่งเศสอยู่ใน Group of death ซึ่งประกอบไปด้วยทีมเยอรมนีแชมป์ 3 สมัยของศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปและทีมชาติโปรตุเกสคู่ปรับเก่าของเขาในรอบชิงชนะเลิศเมื่อศึกฟุตบอลยุโรปครั้งที่แล้ว

ต้องบอกเลยว่างานนี้ ขุนพลทีมชาติฝรั่งเศสของดีดีเยเดช็องต้องเหนื่อยสาหัสแน่นอน มาดูในส่วนตัวของผู้เล่นทีมชาติชุดนี้ ประกอบไปด้วยผู้รักษาประตูกัปตันทีมชาติอย่าง ฮูโก้ โยริส จากสโมสรสเปอร์ส่วนกองหลังลูกาดีนจากทีมเอฟเวอร์ตัน ปาวาจากทีมบาเยิร์นมิวนิคจากทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้และราฟาเอลวารานจากทีมรีลมาดริด ส่วนกองกลางยังถือว่าอยู่กันพร้อมหน้าจากชุดแชมป์โลกปีล่าสุดประกอบไปด้วยมาตุยดี้จากสโมสรยูเวนตุสจากกาลาตาซาราย มุสซ่าซิสโซโก้จากสโมสรสเปอร์และพอล ป๊อกบาจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด รวมไปถึงกองเต้มิดฟิลด์ห้องเครื่องจากสโมสรเชลซี ส่วนกองหน้ายังมี

ผู้ปิดทองหลังพระอย่าง ชิรูจากสโมสรเชลซี และ นาบิลเฟคีร์ จากสโมสรรีลเบติส รวมทัพอยู่ด้วย ซึ่งต้องบอกว่าขุนพลชุดนี้ Copy มาเกือบยกชุดจากทีมแชมป์โลกยุคปัจจุบันนั้นทำให้การจัดทีมของดิดิเยร์ เดอชองส์ ค่อนข้างง่ายเพราะไม่ต้องเปลี่ยนระบบอะไรมากมายซึ่งทีมชุดนี้เล่นดีและลงตัวอยู่แล้ว โดยโปรแกรมการแข่งขันทีมชาติฝรั่งเศสนั้นนัดแรกจะพบกับ ทีมชาติเยอรมนีและนัดสุดท้ายจะพบกับทีมชาติโปรตุเกสสำคัญที่สุดคือการแข่งขันรอบแรกหากทีมชาติฝรั่งเศสสามารถผ่านรอบแรกไปได้เชื่อเหลือเกินว่ามีโอกาสอย่างยิ่งที่ทีมชาติฝรั่งเศสชุดนี้จะมีโอกาสที่จะสามารถสร้างประวัติศาสตร์เหมือนอย่างที่รุ่นพี่อย่าง ซีเนอดีน ซีดาน และ ดีดีเยเดช็องเคยทำไว้ในสมัยที่ได้แชมป์โลกแล้วก็มาสามารถได้แชมป์ยุโรปในปีถัดมาได้