วิ่งสมาธิ

Published / by admin

การวิ่งกับการฝึกสมาธินั้นมีความเหมือนกันก็คือทั้งสองอย่างนั้นจะต้องมีการใช้ความอดทน ความตั้งใจ ความสม่ำเสมอและการฝึกฝน และเกิดการหลั่งของเอ็นโดฟินและทำให้ร่างกายนั้นรู้สึกผ่อยคลายและรู้สึกดี จะสังเกตได้ว่าเมื่อเวลาเราวิ่งเสร็จแล้วนั้นเราจะรู้สึกดีและมีความสุขมากๆ

บางคนที่ไม่ได้วิ่งนั้นก็อาจจะมีความสงสัยว่าการวิ่งนั้นทั้งเหนื่อยทั้งร้อนเจ็บขาอีกด้วยเป็นสิ่งที่มีความสุขตรงไหน ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ไม่ได้วิ่งนั้นก็อาจจะไม่เข้าใจในส่วนนี้นั่นเอง จะมีเพียงผู้ที่ได้วิ่งเท่านั้นที่จะสามารถเข้าใจในส่วนนี้

สังเกตไหมว่าการวิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจเราสงบ ซึ่งเกิดจากระบบฮอร์โมนต์และเกิดจากสภาวะสมาธิในการก้าวเท้าที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่งเอง เราจะวิ่งสมาธิหรือจะวิ่งเพื่อเจริญสติหรือจะทำทั้งสองอย่างโดยตรงนี้นั้นเราจะต้องมีการทำให้เกิดความชัดเจนด้วย ดังนั้นเราจะต้องมีการเข้าไปดูอาการของความคิดเรานั้นเป็นอย่างไรและรู้สึกอย่างไรในบางครั้งอาจจะจับต้นชนปลายไม่ถูก

เพราะเป็นสิ่งที่ยากจึงอาจจะต้องมาดูที่กายเราก่อนแต่บางครั้งก็อาจจะไม่ทราบหรือจับใจความได้เช่นกัน ดังนั้นเราจึงอาจจะต้องมีการฝึกในเรื่องสมาธิก่อนนั่นเองเพื่อให้เราสามารถจดจ่อกับสิ่งเหล่านั้นได้ก่อน เมื่อเราสามารถจดจ่อได้แล้วเราก็จะสามารถรู้ได้ เพราะการฝึกสมาธินั้นสามารถนำไปสู่การฝึกสติได้นั่นเอง

และในขณะที่ฝึกสติก็จะทำให้เกิดสมาธิได้เช่นกัน สิ่งที่สำคัญนั้นที่หลายๆคนอาจจะนึกไม่ถึงก็คือจะสามารถจัดการกับความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานได้เวลาที่เราเราฝึกจิตนั้นเราจะเป็นทุกข์กับความเจ็บปวดและความทรมาน

แต่การสิ่งที่ต้องระวังในการวิ่งสมาธิก็คือ ถ้าหากไปกำหนดความปวดในสิ่งที่เป็นอันตรายนั้นไม่ได้เช่น การปวดเข่าแล้วไปกำหนดให้หายปวดก็จะทำให้หายปวดและจะวิ่งได้ต่อไปแต่อาจจะทำให้เข่าพังนั่นเอง และเราจะได้รับประโยชน์จากการวิ่งอีกมาก ถ้าหากเรามีการฝึกให้กายและจิตนั้นเกิดการทำงานร่วมกันที่ดี

สภาวะที่เกิดจากการวิ่งจะทำให้เกิดการบูรณาการให้เข้ากับสติที่เข้ามาฝึกร่วมกัน เพราะสมาธินั้นเกิดจาการวิ่งอยู่แล้วแต่บางคนอาจจะยังไม่เจอศักยภาพเหล่านี้เพราะอาจจะยังไม่เคยหยุดคิด ถ้าเราหยุดคิดแล้วมาจดจ่อสภาวะสมาธิจะเกิดขึ้นในทันทีในขณะที่เราวิ่ง และมีสติเข้ามาควบคุมสมาธิด้วยนั้นก็จะทำให้เรามีพลังและได้รับผลประโยชน์ที่เรานั้นคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  ดาวน์โหลดแอพ UFABET

ลุ้นหงส์แดง เถลิงแชมป์

Published / by admin

นับตั้งแต่ศึกพรีเมียร์ลีก ได้ทำการหยุดพักการแข่งขันไปนับตั้งแต่มีไข้โควิดระบาดนั้น ทำให้การแข่งขันเก้านัดที่เหลือยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะกลับมาแข่งขันกันอีกเมื่อไหร่

แม้ว่าทุกสโมสรต้องการที่จะให้มีการกลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง เนื่องจากไม่ต้องการสูญเสียรายได้จากค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด แต่ก็เชื่อว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งแล้วที่ไม่อาจจะทำการแข่งขันได้จริงๆ ก็คงต้องตัดใจให้จบกันเพียงเท่านี้ ส่วนคำถามสำคัญคือ แล้วจะมีการตัดสินผลการแข่งขันกันอย่างไร

ซึ่งสิ่งที่แน่ชัดประการแรกคือ จะไม่มีการโมฆะ และจะมีบทสรุปกันอย่างไร ซึ่งทางสื่อต่างประเทศก็ได้คาดการณ์ไว้สามทางด้วยกันคือ

อย่างแรก จำนวนแต้มต่อเกม ซึ่งเป็นวิธีการที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการคำนวณหาอันดับ โดยนำคะแนนรวมของแต่ละทีมนำไปคิดหาค่าเฉลี่ยตามจำนวนเกม และด้วยวิธีการคิดแบบนี้อันดับในลีกจะมีการเปลี่ยนแปลงแค่สองทีม คือ เชฟยูไนเต็ด กับอาร์เซนอล ซึ่งยังเหลือเกมในมือทีมละหนึ่งนัด และในกรณีที่แต้มเท่ากันจะใช้เกณฑ์ประตูได้เสียเป็นหลัก นั่นจะทำให้วัตฟอร์ตและเวสต์แฮมรอดตกชั้น ส่วนบอร์นมัธจะตกชั้นแทน และแชมป์จะตกเป็นของหงส์แดง

อย่างสอง นับเฉพาะการพบกันนัดแรกของฤดูกาล ซึ่งจะเป็นทางเลือกที่นับเฉพาะสิบเก้าเกมแรกของฤดูกาลเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่แต่ละทีมเจอกับทีมแข็งและทีมอ่อนไม่เท่ากัน แต่อย่างไรก็ดีทางเลือกนี้อาจจะไม่สอดคล้องกับฟอร์มการเล่นปัจจุบัน และจะทำให้วัตฟอร์ตที่ในครึ่งฤดูกาลหลังกลับมาดี จะต้องเป็นทีมที่ตกชั้น ส่วนแชมป์ก็ยังคงเป็นหงส์แดง

อย่างสาม ทำนายผลเกมที่เหลือ โดยการนำฟอร์มเหย้าและเยือนของฤดูกาลนี้มาคำนวณหาผลในเกมที่ยังไม่ได้แข่ง ซึ่งหลักเกณฑ์นี้อาจจะไม่ยุติธรรมเท่าไหร่นัก

ซึ่งอย่างไรก็ตามในการประชุม ยี่สิบสโมสรพรีเมียร์ลีก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้มีการนำเสนอแผนการจัดการแข่งขันที่ยังเหลือให้กับทุกสโมสร แม้จะมีกระแสบางสโมสรขอให้ตัดจบฤดูกาลภายในวันที่ 30 มิถุนายน นี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อเรื่องของสัญญาผู้เล่น สตาฟ์ และสปอนเซอร์ ที่จะหมดลงในวันดังกล่าว

โดยจะเป็นรูปแบบการแข่งขันแบบงานอีเว้นท์ ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์และจะมีการแข่งขันหลายนัดในหนึ่งวัด พร้อมเปิดสนามเวมบลีย์ ในกรุงลอนดอนเป็นสนามหลัก เพื่อให้ทุกทีมมารวมตัวกันแข่งที่นี่ที่เดียว และจะมีการตัดจบหรือโมฆะอย่างแน่นอน ซึ่งก็คงต้องลุ้นกันว่า ทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษจะเลือกทางออกไหน เพื่อให้กระทบกับทุกฝ่ายน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ แต่ไม่ว่าผลจะออกมารูปแบบไหน คงไม่สามารถทำให้ทุกทีมพอใจได้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันต่างประเทศ ถูกกฎหมาย

รองเท้าแบรนด์เนมสำหรับผู้ชาย

Published / by admin

รองเท้าเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตอย่างหนึ่งเพราะแน่นอนว่าในทุกๆวันเรานั้นจะต้องใส่รองเท้าแต่รองเท้าที่จะแนะนำก็คือรองเท้าแบรนด์เนม ถึงแม้ว่ารองเท้าแบรนด์เนมนั้นจะเป็นรองเท้าที่มีราคาสูงมากซึ่งราคาที่สูงนั้นอาจจะมีคุณภาพและมีคุณภาพก็ย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละแบรนด์ด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่ารองเท้าแบรนด์เนมนั้นไม่ได้ว่าจะมีคุณภาพที่ดีทั้งหมด อาจจะทำจากวัสดุหรืออุปกรณ์ที่ดีหรือมีมาตรฐานตาม

แบรนด์นั้นก็จริง แต่เมื่อสวมใส่แล้วอาจจะไม่ตอบโจทย์ใครหลายๆคนก็ได้ แต่แน่นอนว่ามีไม่ดีก็ย่อมมีที่ดีเช่นกัน

เริ่มด้วยคู่แรกคือรองเท้าจากแบรนด์  Louis Vuitton ถือว่าเป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมของในหมู่หนุ่มๆเลยทีเดียว เพราะด้วยตัวแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและการดีไซน์ออกแบบของแบรนด์นั้นยังมีเอกลักษณ์เฉพาะ

แบรนด์ด้วย และรองเท้าที่ได้รับความนิยมและเป็นรองเท้าที่หนุ่มๆต้องมีติดตู้ไว้สักคู่ก็คือ Loafer นั่นเอง เพราะเป็นรองเท้าที่มีการออกแบบมาเพื่อให้สามารถใส่ได้ในทุกโอกาส เพราะรองเท้าแบนี้นั้นสามารถใส่กับทั้งกางเกงขายาวก็ดูสุภาพและกางเกงขาสั้นก็เท่ไปอีกแบบ แต่รุ่นรองเท้านั้นก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ซึ่งก็ต้องไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เพราะมีหลายทรงและหลายสี

รองเท้ายี่ห้อต่อมาก็ถือว่าเป็นรองเท้าที่ได้รับความนิยมในหมู่หนุ่มๆเช่นกัน คือรองเท้าภายใต้แบรนด์ Balenciaga รุ่น Triple S เป็นรองเท้าแนว Sneaker ที่ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะเป็นรุ่นที่มีความเท่ด้วยการออกแบบของแบรนด์และลักษณะเฉพาะของแบรนด์ที่ไม่มีแบรนด์อื่นทำมาก่อน

ถึงแม้รองเท้าจะมีลักษณะที่โดดเด่นเฉพาะตัว แต่ต้องถือว่าเป็นรุ่นที่ไม่ค่อยน่าสวมใส่มากนัก เพราะเนื่องจากขนาดที่ใหญ่และน้ำหนักที่หนัก อาจจะทำให้ไม่เหมาะกับการใส่เดินนานๆนั่นเอง แต่แน่นอนว่าถึงแม้รองเท้ารุ่นนี้จะมีลักษณะที่เทอะทะเกินไป แต่ก็เป็นรองเท้าอีกรุ่นที่หนุ่มๆต้องมีไว้ในครอบครอง

และคู่สุดท้ายเป็นรองเท้าในแบรนด์ Gucci Embroidered Sneaker เป็นรองเท้าผ้าใบที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัวตามต้นฉบับของแบรนด์Gucci ซึ่งรุ่นนี้นั้นถือว่ามีการทำออกมามากมายหลายตัวทีเดียว โดยตัวที่นิยมนั้นจะเป็นสีขาวลักษณะเหมือนรองเท้าผ้าใบ แต่มีการเล่นลูกเล่นบนรองเท้าด้วยแถบตามสีของแบรนด์และลายปักเป็นรูปต่างๆ เช่น ผึ้ง แมว ดอกไม้ เป็นต้น ตามคอลเลคชั่นนั้นๆ

ซึ่งรองเท้ารุ่นนี้นั้นอาจจะไม่ได้ให้ความสบายมากนักแต่เป็นรองเท้าที่มีน้ำหนักเบาและเป็นทรงที่กระทัดรัดเหมาะสำหรับใส่เที่ยวหรือเดินแต่ถ้าหากเดินมากก็อาจจะไม่เหมาะ ซึ่งรองเท้าแต่ละแบรนด์นั้นล้วนเป็นรองเท้าที่หนุ่มควรมีติดตู้ทั้งนั้นเลย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์

ย้อนรอยประวัติศาสตร์แชมป์ฟุตบอลโลก

Published / by admin

คงไม่มีรางวัลไหน สำคัญกับนักฟุตบอล ไปเท่ากับการที่พวกเค้าสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ ซึ่งจากการแข่งขันฟุตบอลโลกตั้งแต่เริ่มมีการจัดการแข่งขันมาตั้งแต่ปี 1930 จนถึงปัจจุบัน มีการแข่งขันไปทั้งหมดแล้วจำนวน

และทีมที่แชมป์โลกมากที่สุดคือทีมชาติบราซิลทั้งหมด ห้าครั้ง

โดยในครั้งแรกเมื่อปี 1930 นั้น ทีมชาติอุรุกวัยเป็นชาติแรกที่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกไปครองได้ด้วยการเอาชนะทีมชาติอาร์เจนติน่า ด้วยสกอร์ สี่ประตูต่อสอง และต่อมาปี 1934 ทีมชาติอิตาลี สามารถคว้าแชมป์แรกมาประดับทีมชาติด้วยการเอาชนะทีมชาติเชกโกสโลวาเกีย ด้วยสกอร์ สองประตูต่อหนึ่ง

จากนั้นในฟุตบอลโลกครั้งที่สามในปี 1938 ทีมชาติอิตาลี ได้เข้าชิงฟุตบอลโลกอีกครั้งกับทีมชาติฮังการี และสามารถป้องกันแชมป์ได้ และได้แชมป์เป็นสมัยที่สองติดต่อกันด้วยสกอร์ สี่ประตูต่อสอง และจากนั้นการแข่งขันฟุตบอลโลกต้องหยุดลงด้วยเหตุจากสงครามโลก และได้กลับมาทำการแข่งขันต่อในครั้งที่สี่ในปี 1950 ซึ่งครั้งนั้น ทีมชาติบราซิล ได้มีโอกาสเข้าชิงกับทีมชาติอุรุกวัยและเป็นอุรกวัยที่คว้าแชมป์สมัยที่สองได้ด้วยสกอร์ สองต่อหนึ่ง

จนเมื่อการแข่งขันเข้าสู่ครั้งที่ห้า ในปี 1954 ทีมชาติฮังการี มีโอกาสได้กลับมาเข้าชิงอีกครั้งกับทีมชาติเยอรมัน แต่แล้วก็ต้องอกหักอีกครั้งด้วยการแพ้ไปสองประตูต่อสาม จากนั้นครั้งที่หกและเจ็ดในปี 1958 และ 1962 เข้าสู่ยุครุ่งเรืองของบราซิลด้วยการคว้าแชมป์สองครั้งรวดจากการชนะสวีเดน และเช็กโกสโลวาเกีย ก่อนที่จะถูกคั่นกลางด้วยการคว้าแชมป์ของทีมชาติอังกฤษที่บ้านตัวเอง ในปี 1966

ที่สามารถเอาชนะเยอรมันตะวันตกไปได้ ก่อนที่ บราซิล จะกลับมาคว้าแชมป์สมัยที่สามในปี 1970 ด้วยการเอาชนะทีมชาติอิตาลี ในการจัดการแข่งขันครั้งที่เก้า จนเมื่อมาถึงการแข่งขันครั้งที่สิบ เยอรมันตะวันตก ก็สามารถที่จะคว้าแชมป์ได้บ้างจาการเอาชนะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และครั้งถัดไปในปี 1978

ครั้งที่สิบสอง มาถึงตาทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่ซ้ำรอยให้เนเธอร์แลนด์ ก่อนที่จะมาถึงครั้งที่สิบสาม ปี 1982 ที่อิตาลีกลับมาทวงบังลังค์คว้าแชมป์ครั้งที่สองของพวกเค้าได้ และครั้งที่สิบสี่ อาร์เจนติน่า ในปี 1986 ก่อนที่จะสลับมาเป็นเยอรมันในปี 1990 และครั้งที่สิบหกในปี 1994 ทีมชาติบราซิลก็เป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ได้ถึงสี่สมัย

ก่อนที่ฝรั่งเศสจะมาคว้าแชมป์แรกในบ้านเกิดในปี 1998 จากการแข่งขันครั้งที่สิบเจ็ด และจากนั้นมาในปี 2002 ทีมที่ได้แชมป์คือ บราซิล ตามมาด้วยปี 2006 คืออิตาลี เสปนในปี 2010 เยอรมันในปี 2014 และล่าสุดการแข่งขันครั้งที่ยี่สิบสอง ปี 2018 คือทีมชาติฝรั่งเศส

เจ็ทโด้ 1 ใน 13 ฉายาสุดฮาของเหล่านักเตะ

Published / by admin

ฉายาของสุดยอดนักเตะแห่งยุค ถึงตอนนี้จะอายุเยอะขึ้นถึงจุดที่ค่อยดร็อปลงได้แล้ว แต่พี่แกก็ยังฟิตปั๋งอย่างแรง ยิ่งทำสถิติยิงอย่างสม่ำเสมอไม่ขาดเลย

ทุกนัดที่พี่แกลงก็ต้องมีสักลูกตลอด ถือเป็นนักเตะที่มีหุ่นฟิตที่สุดแล้วล่ะ ร่างกายเป็นเหมือนดังคนเหล็ก ยังเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งเบียดล้มได้ยาก แล้วก็ยังเต็มไปด้วยทักษะและลูกเล่นแสนแพรวพราว ยังไม่รู้เหมือนกันนะว่าพี่ คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ของเรานี้จะรีทายตัวเองเมื่อไหร่ แต่คิดว่าคงอีกนานแน่ๆล่ะ

นักเตะที่เป็นราวเทพบุตรของวงการฟุตบอล ทีมชาติโปตุเกส คนนี้เขาเป็นนักเตะที่มีทั้งพรสวรรค์และพรแสวงที่หาตัวจับได้ยาก ถึงแม้บางครั้งเขาจะทำตัวขี้เก็กหน้าหมั่นไส้ไปหน่อย แต่ก็ยังถือเป็นฝีมือนั้นเหมาะสำหรับการเก๊กของเขามากๆแหละ แล้วตอนที่เขาได้ฉายานี้มาก ก็เป็นตอนนที่เขาพีคที่สุดแล้ว ฉายาเจ็ทโด้ ไม่ได้มีความหมายในทางหยาบคายหรอกนะ เจ็ทนี้มีความหมายเดียวกับนักแสดงชื่อดังที่สุดแห่งยุคเก่า เจ็ทลี นั้นเอง

ก็คือความไวเหมือนกับการขับเครื่องบินเจ็ทยังไงล่ะ เขาทั้งสองคนนั้นมีความไวที่ทำให้วงการนั้นๆไร้คู่ต่อสู้อย่างสิ้นเชิง ความเร็วเหนือเสียงก็ว่าได้ ซึ่งช่วงนั้นพี่เจ็ทโด้ของเรานั้น ไวแบบว่า หากองหลังที่ต้อนทานพี่แกได้ไม่มีเลย แล้วก็ยังซ้ำด้วยลูกยิงสุดรุนแรงและคมทำให้เจ็ทโด้นี้กลายเป็นนักเตะเบอร์หนึ่งของโลกที่มีคู่แข่งคนสำคัญอย่าง เมสซี่ นั้นเอง

ส่วนคำว่าโด้ก็กเอามาจากชื่อพี่แก ที่ใช้เรียกสั้นๆ กลายเป็นคำที่คล้ายคำแสลงว่า เจ็ดโด้ ก็เป็นเรื่องบังเอิญที่ทำให้ฉายานี้ดังกระช่อนยิ่งขึ้นไปอีกในประเทศไทยเรา

นักเตะคนนี้ถือเป็นนักเตะที่ได้ไปอยู่กับทีมใหญ่ๆในลีกแล้วยังสามารถช่วยทีมได้แชมป์ลีกมาแล้วถึงสามลีกใหญ่ด้วยกัน ถือว่าเขาคงประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่แล้วล่ะ

ดิ อ๊อกซ์ควรได้ลงสนามเป็นแกนหลักของทีมได้แล้ว

Published / by admin

จากการที่ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูลตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีกหลังจากที่แพ้แอต มาดริดแบบผิดฟอร์ม เรามาดูกันว่าพวกเขาผิดพลาดตรงไหน เราได้เห็นการเล่นที่ยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูลในช่วง 90 นาทีแรก แต่มันเพียงพอต่อการยิงประตูที่สอง

นักเตะคนหนึ่งที่น่าจับตามองของทีมคือ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลนที่เขาเป็นนักเตะที่มีความฟิตสูงจริงๆ 

การวิ่งของเขาในฝั่งขวาช่วยเพิ่มมิติในเกมรุกของทีมโดยแท้ ซึ่งเขาจะวิ่งทางริมเส้นเป็นหลักเป็นตำแหน่งเดียวกับ เคนนี่ เดลกลิช โดยเขาเป็นคนจ่ายบอลให้จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุมซัดเบิกร่องนาที 43 จะเห็นว่าเกมของทีมขึ้นทางฝั่งขวาเป็นส่วนมาก คิดเป็น 46% จากทั้งหมด 100% 

เทรนต์ อาร์โนลด์ที่เป็นแบ๊กขวาที่เปิดบอลได้มากที่สุดในรอบสามซีซั่นหลัง โมซาล่าห์รับบทบาทกองหน้าฝั่งขวา และเป็นดาวซัลโวของทีม แต่อเล็กซ์ แชมเบอร์เลนเป็นนักเตะที่ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง ทั้งการวิ่งแบบ โอเวอร์แล็ป, โอเวอร์โหลด และสร้างความแตกต่างได้ 

กองกลางของลิเวอร์พูลแบ่งหน้าที่กันชัดเจน เพราะว่าพวกเขาจะให้ฟูลแบ๊กขึ้นมาเติมเกม โดยมีมิดฟิลด์ตัวรุกที่เล่นได้ดี ทั้งในเกมยุโรปและกับพรีเมียร์ลีก นั่นเป็นแนวทางการเล่นของพวกเขา 

แต่ว่าตำแหน่งนักเตะหมายเลข 10 นั้นไม่เคลียร์เท่าไหร่ จริงๆ แล้วต้องเป็นเพลย์เมกเกอร์ และเกมที่พบแอต มาดริดดูเหมือนว่านักเตะตัวทำเกมของทีมเป็นอเล็กซ์ ที่วิ่งขึ้นลงตลอดเวลาอย่างหมาบ้าเลยทีเดียว

นาบี เกอิต้าหรอ ดูเหมือนว่าเขาจะเล่นไม่ได้เหมือนที่ไลป์ซิกเลย บางทีเราควรเห็นอเล็กซ์ถูกส่งลงสนามอย่างต่อเนื่องแล้ว เพราะมองว่าอดีตกองกลางอาร์เซนอลน่าจะเปลี่ยนโอกาสของเกมได้ดีกว่า 

เขามีสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยมเลยดูเหมือนว่าจะวิ่งขึ้นลงทางริมเส้น สร้างโอกาสร่วมกับ เทรนต์ อาร์โนลด์หรือสลับกับซาลาห์เพื่อเข้าไปยิงประตูที่กลางสนาม มองแล้วหากว่าเขามีความฟิตมากพอเขาจะต้องได้ลงสนามเป็นตัวจริงในทีมของคล็อปแน่ 

หรือเขาอาจจะเป็นผู้สืบทอดต่อจากเจมส์ มิลเนอร์ที่โรยราลงไป เขาถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามบ่อยสุด โดยได้ลงสนามเต็มเก 90 นาทีเพียงนัดที่พบมอนเตอร์เรย์ในรอบรองชนะเลิศของฟุตบอลสโมสรโลก ที่กาตาร์เมื่อเดือนธันวาคม

เขาต้องการลงเล่นเต็มเกมอย่างมาก โดยจะเห็นได้ว่าเขาโมโหมากที่ถูกถอดออกจากสนามเกมที่แข่งกับแมนยูเมื่อเดือนมกราคม ช่วงที่เหลือของฤดูกาลต้องเป็นช่วงเวลาของเขาแล้ว

นักเตะค่าตัวแพงของแมนเชสเตอร์ซิตี้

Published / by admin

หากพูดถึงยอดทีมในปัจจุบันของศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนั้น คงหนีไม่พ้น เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่มีสุดยอดกุนซือมันสมองอัจฉริยะ อย่าง เป๊ป กวาดิโอล่า คุมทีมอยู่ ซึ่งตลอดที่กุนซือคนนี้คุมทีมนั้น ต้องบอก แมนซิตี้ คือทีมที่น่ากลัวที่สุด แต่หากจะให้พูดแล้วนั้น เงินในการซื้อนักเตะก็มีส่วนสำคัญ

แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น ผู้จัดการทีมต้องมีการซื้อตัวผู้เล่นที่คิดว่าเหมาะกับทีมและเหมาะกับการใช้งานของกุนซือด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่ากุนซือคนนี้ มักฉลาดในการซื้อ และเค้าก็ยอมทุ่มเงินที่จะได้มา ซึ่งนักเตะเหล่านั้น มีใครกันบ้าง เรามาดูกัน

จอนห์ สโตน กองหลังดาวรุ่งที่ย้ายมาจากสโมสรเอฟเวอร์ตัน ซึ่งเป๊ป หมายมั่นปั้นมือ จะให้เป็นตัวแทน ของแวงซอง กอมปานี้ อดีตกองหลังกัปตันทีม ที่เลิกเล่นไปแล้ว แต่ด้วยตอนนี้ฟอร์มของ สโตน นั้น ยังไม่คงเส้นคงวา คงต้องรอเวลาและฝึกปรือกันไปก่อน แต่เชื่อว่าฝีมืออย่างเป๊ป ปั้นเค้าได้แน่นอน

ไคล วอกเกอร์ แบ๊กขวาที่ย้ายมาจาก เสปอร์ คนนี้คือของจริง เรียกว่าย้ายเข้ามา ปรับตัวได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลารอ แล้วที่สำคัญ ย้ายมาเมื่อสองฤดูกาล ก่อนจนวันนี้ ฝั่งขวาทีมเรือใบนั้น สุดแข็งเลยทีเดียว

เบ็นจาแมง เบ็นดี้ แบ๊กซ้าย จากโมนาโก ตอนที่เค้าอยู่โมนาโกนั้น ต้องเรียกว่านี้คือแบ๊กซ้าย ที่ดีในระดับต้นๆ แต่เสียดาย ตั้งแต่นักเตะคนนี้ย้ายมา ค่อนข้างจะเจ็บบ่อยยังไม่ค่อยได้โชว์ฝีเท้าสักเท่าไหร่นัก

เควิน เดอบอยน์ คนนี้เรียกว่าคุ้มสุด ในการซื้อของยอดกุนซือคนนี้ เพราะตั้งแต่นักเตะคนนี้ย้ายมาจากทีมโวลฟ์บวร์ก ในเยอรมันนั้น ช่วยยกระดับทีมเรือใบสีฟ้า ให้เป็นระดับเวิลด์คลาสเลยทีเดียว

เอเมอริค ลาป๊อก กองหลังทีมชาติฝรั่งเศส ที่ย้ายมาจากแอตบิลเบา ซึ่งถือว่าพอย้ายมานั้น เป็นตัวหลักได้ทันที และในฤดูกาลนี้ก็ทำให้เห็นแล้วว่า นัดไหนที่ไม่มีเค้า เรือใบมีโอกาสเสียประตูค่อนข้างง่ายมากทีเดียว

ริยาด มาร์เรซ ปีกทีมชาติแอลจิเรีย ที่ต้องบอก สุดคุ้มที่เป๊ปได้เค้ามา เพราะทั้งการกระชากลากเลี้ยงและยิงประตูรวมถึงการจ่ายบอล ต้องบอกว่าเข้ากับสไตล์ของกุนซือคนนี้จริงๆ

โรดี้ นักเตะที่แพงที่สุดของเรือใบสีฟ้าในยุคนี้ ที่ยอดกุนซือตั้งใจให้มาเป็นตัวตายตัวแทนของ แฟร์นันดินโญ่ เลยทีเดียว ซึ่งเดียวแล้วเค้าก็ไม่น่าจะทำให้แฟนบอลเรือใบผิดหวัง เพราะผลงานที่ผ่านมาถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม

เราลองมาดูว่าฤดูกาลหน้า ยอดกุนซือคนนี้จะสอยใครเข้ามาร่วมทัพกันอีก

วิเคราะห์ทีมชาติฝรั่งเศส

Published / by admin

วิเคราะห์ทีมชาติฝรั่งเศสในศึกชิงแชมป์แห่งชาติฟุตบอลยูโร 2020

ทีมชาติฝรั่งเศสแชมป์โลก ทีมปัจจุบัน และอดีตแชมป์ ฟุตบอลยุโรป 2 สมัย และรองแชมป์ฟุตบอลยุโรปปี 2016 ครั้งล่าสุด

ด้วยการคว้าแชมป์ครั้งแรกของฟุตบอลยุโรปของทีมชาติฝรั่งเศสนั้นเกิดขึ้นในปี 1984 ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลยุโรป ครั้งที่ 7 โดยนำทีมในยุคนั้นคือมิเชลพลาตินี่ และการคว้าแชมป์ครั้งที่สองของพวกเขาคือ ฟุตบอลยุโรปครั้งที่ 11 ปี 2000 โดยการนำทีมของซีดาน จนมาถึง ทีมยุคปัจจุบันซึ่งมีผู้จัดการทีมอดีตแชมป์ ฟุตบอลโลกและฟุตบอลยุโรปในยุคนั้นอย่างดีๆโดยรวมอยู่ด้วย ทำให้ขุนพลชุดนี้ถอดแบบออกมาเหมือนกันในสมัยยุคนั้นเลยทีเดียว ส่วนในรอบแบ่งกลุ่มทีมชาติฝรั่งเศสชุดนี้ผ่านเข้ารอบมาได้เป็นอันดับ 1

โดยมีคะแนนนำทีมอันดับ 2 อย่างตุรกีอยู่ 2 แต้มแต่การจับฉลากแบ่งกลุ่มในรอบสุดท้ายของทีมชาติฝรั่งเศสชุดนี้นั้นต้องบอกไว้ว่าเป็นงานหินพอสมควรเหมือนโชคชะตาจะเล่น ตลกกับพวกเขา เพราะทีมชาติฝรั่งเศสอยู่ใน Group of death ซึ่งประกอบไปด้วยทีมเยอรมนีแชมป์ 3 สมัยของศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปและทีมชาติโปรตุเกสคู่ปรับเก่าของเขาในรอบชิงชนะเลิศเมื่อศึกฟุตบอลยุโรปครั้งที่แล้ว

ต้องบอกเลยว่างานนี้ ขุนพลทีมชาติฝรั่งเศสของดีดีเยเดช็องต้องเหนื่อยสาหัสแน่นอน มาดูในส่วนตัวของผู้เล่นทีมชาติชุดนี้ ประกอบไปด้วยผู้รักษาประตูกัปตันทีมชาติอย่าง ฮูโก้ โยริส จากสโมสรสเปอร์ส่วนกองหลังลูกาดีนจากทีมเอฟเวอร์ตัน ปาวาจากทีมบาเยิร์นมิวนิคจากทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้และราฟาเอลวารานจากทีมรีลมาดริด ส่วนกองกลางยังถือว่าอยู่กันพร้อมหน้าจากชุดแชมป์โลกปีล่าสุดประกอบไปด้วยมาตุยดี้จากสโมสรยูเวนตุสจากกาลาตาซาราย มุสซ่าซิสโซโก้จากสโมสรสเปอร์และพอล ป๊อกบาจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด รวมไปถึงกองเต้มิดฟิลด์ห้องเครื่องจากสโมสรเชลซี ส่วนกองหน้ายังมี

ผู้ปิดทองหลังพระอย่าง ชิรูจากสโมสรเชลซี และ นาบิลเฟคีร์ จากสโมสรรีลเบติส รวมทัพอยู่ด้วย ซึ่งต้องบอกว่าขุนพลชุดนี้ Copy มาเกือบยกชุดจากทีมแชมป์โลกยุคปัจจุบันนั้นทำให้การจัดทีมของดิดิเยร์ เดอชองส์ ค่อนข้างง่ายเพราะไม่ต้องเปลี่ยนระบบอะไรมากมายซึ่งทีมชุดนี้เล่นดีและลงตัวอยู่แล้ว โดยโปรแกรมการแข่งขันทีมชาติฝรั่งเศสนั้นนัดแรกจะพบกับ ทีมชาติเยอรมนีและนัดสุดท้ายจะพบกับทีมชาติโปรตุเกสสำคัญที่สุดคือการแข่งขันรอบแรกหากทีมชาติฝรั่งเศสสามารถผ่านรอบแรกไปได้เชื่อเหลือเกินว่ามีโอกาสอย่างยิ่งที่ทีมชาติฝรั่งเศสชุดนี้จะมีโอกาสที่จะสามารถสร้างประวัติศาสตร์เหมือนอย่างที่รุ่นพี่อย่าง ซีเนอดีน ซีดาน และ ดีดีเยเดช็องเคยทำไว้ในสมัยที่ได้แชมป์โลกแล้วก็มาสามารถได้แชมป์ยุโรปในปีถัดมาได้

ใครเป็นนักเตะที่สำคัญที่สุดในสโมสรลิเวอร์พูล

Published / by admin

สามสิบปีที่รอคอย กับแชมป์พรีเมียร์ชิพครั้งแรก

แฟนบอลหลายๆคน เคยตั้งคำถามว่า ความสำเร็จนี้เกิดจากนักเตะคนไหนของขุนพลชุดนี้ ซึ่งว่ากันว่าถ้าไม่มีนักเตะคนนี้แล้วนั้น หงส์แดงคงไม่ผงาดบินสูงขนาดนี้  ซึ่งในสายตาของผู้เขียนนั้น มองว่านักเตะที่มีอิทธิพล และสำคัญของหงส์แดงชุดนี้ มีอยู่สามคน ซึ่งคนแรกนั้น คือ เวอร์จิล ฟารน์ไดท์ เพราะนี่คือจิกซอว์ตัวสุดท้ายที่สำคัญที่สุดของเจอร์เก้น คล๊อป

เพราะตั้งแต่เวอร์จิล ฟาร์น์ไดท์ ได้เก็บข้าวของจากถิ่นเซนต์แมรี่ นักบุญ เซาแธมป์ตัน มาแล้วนั้น ต้องบอกว่านี้คือกองหลังที่เค้ามายกระดับเวิลด์คลาส ของหงส์แดงจริงๆ เพราะ เวอร์จิล ฟาร์นไดท์ นั้นครบเครื่องที่นักเตะกองหลังระดับโลกควรจะมี เพราะเค้ามีทั้งความเร็ว แข็งแกร่ง อ่านเกมดี

และที่สำคัญมีความเป็นผู้นำ ถึงขนาดถ้าในทีมไม่มี จอนห์แดน เฮอเดอร์สัน หรือ เจมส์ มิลเนอร์ ก็ ฟานด์ไดท์ นี่แหละที่จะเป็นกัปตันทีมคนต่อไป ส่วนอีกคนที่ผมว่าคือกำลังสำคัญจริงๆ คือ อลินซอน เบ๊กเกอร์ นายประตูมือหนึ่งทีมชาติบราซิล ซึ่งงานนี้จริงๆ แล้วอาจต้องขอบคุณ คูตินโญ่ ที่ย้ายไปบาร์เซโลน่า

จึงทำให้ คล๊อป มีเงินมาซื้อนักเตะอย่าง ฟานด์ไดท์ และ ก็อลิซอน เบกเกอร์ นี่แหละ  หากย้อนมองดูผลงาน เมื่อยามไม่มี นายประตูทีมชาติ บราซิล คนนี้นั้น ต้องบอกเลย แฟนบอลหงส์แดงได้เสียวระทึกทุกนัด เพราะนายประตูมือสองอย่างเอเดียน ไม่สามารถฝากความไว้ใจได้เลย

ถึงแม้ว่าจะมีฝือมืออยู่พอตัว แต่หากเทียบความเหนียวหนึบนั้น ยังคงเป็นรอง อลิซอน เบ๊กเกอร์ อยู่ค่อนข้างเยอะ ส่วนคนสุดท้ายที่อยากจะเอ่ยถึง คือ โรเบอร์โต้ ฟิลมิโน่ เพราะนักเตะบราซิล คนนี้คือผู้ปิดทองหลังพระตัวจริง ถึงแม้เค้าจะไม่โดดเด่นเท่ากับ โมฮัดเม็ด ซาล่าห์ หรือ ซาดิโอ มาเน่

แต่ถ้าใครได้ลองวิเคราะห์และมองเกมการเล่นของเครื่องจักรสีแดงชุดว่าที่แชมป์พรีเมียร์ชิพนี้จริงๆ จะเห็นว่านักเตะคนนี้มีส่วนสำคัญกับการทำเกมและความไหลลื่นในระบบการเล่นของเจอร์เก้น คล๊อป เป็นอย่างมาก เพราะในช่วงเวลาที่ ฟิลมิโน่ มีบอลหรือไม่มีบอล

เค้าจะเป็นพูดเล่นที่วิ่งไปทั่วสนาม และคอยทำทางบอลให้เพื่อนคนอื่นๆ ในทีมได้เล่นบอลค่อนข้างง่าย รวมถึงเซ้นส์บอลของฟิลมิโน่ นั่นถือว่าสุดยอด และสามารถเล่นได้ง่ายกับนักเตะในทีมทุกๆ คน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมบอกว่า ทั้งสามคนนี้คือส่วนสำคัญของว่าที่แชมป์พรีเมียร์ชิพฤดูกาลนี้ แต่ถ้าหากให้ผมเลือกเพียงคนเดียวหล่ะก้อ ผมขอเลือก เวอร์จิล ฟานด์ไดท์ ครับ

5 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์

Published / by admin

  1. มีความคล้ายคลึงกับ ซลาตัน อิบราอิโมวิช 

ความแข็งแกร่งทางร่างกายของฮาแลนด์ สายตาที่เฉียบแหลมในการทำประตู และสภาพจิตใจที่ห้าวหาญทำให้เขาถูกเปรียบกับ ซลาตัน อิบราอิโมวิช และเขาก็แฮปปี้เมื่อถูกเปรียบเทียบกับตำนานหัวหอกชาวสวีเดน

“สำหรับผมแล้ว ซลาตัน เป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เขามาจากสแกนดิเนเวีย ดังนั้นจึงต้องมีคนรับช่วงต่อจากเขา คุณสามารถรับสิ่งต่าง ๆ มากมายจาก ซลาตัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านจิตใจ เขาแสดงให้ทุกสโมสรเห็นว่าเขาเป็นเดอะเบสต์ นั่นทำให้ผมประทับใจจริง ๆ นั่นเป็นเป้าหมายของผมด้วย” ฮาแลนด์ กล่าวกับ TV2

  1. มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับพ่อของเขา

เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพ่อของเขาอย่าง อัลฟ์-อิงเก้ ฮาแลนด์ อดีตนักเตะของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์, ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ฮาแลนด์ กล่าวว่า “เขาครอบคลุมทุกส่วนที่สำคัญและช่วยผมในทุกสถานการณ์ พ่อของผมมีประสบการณ์มากมายและสามารถให้คำแนะนำที่สำคัญที่ทำให้ผมดีขึ้นและปรับปรุงให้ผมเป็นคนที่ดีขึ้นได้”

เมื่อถามว่าทำไมเขาเลือกที่จะเล่นเป็นกองหน้าแทนที่จะเป็นกองหลังเหมือนพ่อของเขา หัวหอกชาวนอร์เวย์ตอบว่า “นั่นค่อนข้างน่าเบื่อสำหรับผม ผมอยากจะบุกไปข้างหน้าตลอดเวลาและทำประตูให้ได้”

  1. มีค่าฉีกสัญญา

ฮาแลนด์ เซ็นสัญญากับ โอบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนถึงปี 2024 แต่เขาคงอาจอยู่ได้ไม่นาน เขามีค่าฉีกสัญญา 75 ล้านยูโรซึ่งจะเปิดใช้งานได้ในช่วงซัมเมอร์ปี 2022 โดย Sport Bild สื่อของเยรมันรายงานว่าปกติแล้ว ดอร์ทมุนด์ มักจะไม่ใส่มีค่าฉีกสัญญาให้นักเตะของพวกเขา แต่เลือกที่จะทำการยกเว้นกับ ฮาแลนด์

  1. มีความฝันที่จะย้ายไปพรีเมียร์ลีก

มันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นที่ ฮาแลนด์ จะย้ายไปเล่นในอังกฤษตามรายคุณพ่อของเขาและมันยังเป็นประเทศบ้านเกิดของเขาอีกด้วย “เออร์ลิ่ง อยากไปเล่นในพรีเมียร์ลีก ผมไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงเป็นเวลาที่เหมาะสม แต่มันเป็นลีกที่ยากมาก ๆ อย่างแน่นอน” อัลฟ์-อิงเก้ ฮาแลนด์ กล่าวกับ Sport Bild เมื่อเดือนธันวาคม

  1. เป็นแฟนบอลของ ลีดส์ ยูไนเต็ด

ฮาแลนด์ เกิดที่เมืองลีดส์ ในช่วงที่พ่อของเขาเล่นให้กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด และในการให้สัมภาษณ์กับ Aftenposten สื่อนอร์เวย์ในปี 2017 เขาเปิดเผยว่าเขาเป็นแฟนบอลของทีมยูงทอง

“ผมอยากที่จะเป็นนักเตะที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ความฝันของผมคือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับลีดส์ นอกจากนี้เป้าหมายของผมก็คือการเป็นผู้เล่นที่ดีกว่าพ่อของผมให้ได้ ผมหวังว่าจะเล่นให้ทีมชาตินอร์เวย์มากกว่าเขานะ” หัวหอกชาวนอร์เวย์กล่าว